“ซูตองเป้” สะพานแห่งแรงอธิษฐาน


DSC00048          นาข้าวสีเขียวขจีที่มีสะพานไม้ทอดยาวพาดผ่านกลางทุ่งนาชวนให้หลงใหล สถานที่ Unseen อีกแห่งหนึ่งของเมืองสามหมอก จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่รอบล้อมไปด้วยวิถีชีวิตชุมชนที่เรียบง่าย เงียบสงบ ดำเนินควบคู่ไปกับวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในท้องถิ่นที่ผสมผสานกับความเชื่อจนเป็นแรงศรัทธาที่ก่อให้เกิดสะพานแห่งนี้ ที่ใครๆก็อยากมาสัมผัส “ซูตองเป้” สะพานแห่งแรงอธิษฐาน

 

DSC00125

น้อยคนนักที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีสถานที่สวยๆแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเราเองก็ไม่เคยได้ยิน หรือ รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้มาก่อนเหมือนกัน จนวันหนึ่งได้รับโอกาสให้ไปร่วมงานกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งได้จัดโครงการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน และ หนึ่งในสถานที่ที่เราได้ไปคือ “สะพานไม้ซูตองเป้”

DSC00123

ด้วยความสงสัยเราเลยหาข้อมูลเตรียมตัวก่อนไป จึงได้ทราบคร่าวๆว่า “ซูตองเป้” คือสะพานไม้ไผ่ที่สร้างข้ามทุ่งนาเพื่อไปยังหมู่บ้าน ซูตองเป้ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านกุงไม้สัก ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน แล้วเราก็สงสัยคำว่า “ซูตองเป้” หมายถึงอะไร ภายหลังจึงได้รู้ว่าเป็นภาษาไทใหญ่ แปลว่า อธิษฐานสำเร็จ โดยที่ไปที่มาของสะพานไม้แห่งนี้คือ ในสมัยอดีตพระสงฆ์ที่เดินทางไปบิณฑบาตรยังหมู่บ้านจะต้องเดินทางโดยการอ้อมทุ่งนาซึ่งมีระยะทางไกลกว่าจะมาถึงหมู่บ้าน ดังนั้นชาวบ้านและพระสงฆ์จึงได้ร่วมกันคิดสร้างสะพานพาดผ่านทุ่งนาเพื่อให้พระสงฆ์ได้อาศัยเส้นทางนี้ในการมารับบิณฑบาตและชาวบ้านได้ใช้สัญจรโดยไม่ต้องอ้อมทุ่งนาอีก โดยที่ดินส่วนหนึ่งชาวบ้านได้ร่วมถวายและอีกส่วนหนึ่งเป็นการบริจาคจากคณะศรัทธา พอเราทราบข้อมูลนี้ถึงกับทึ่งในแรงศรัทธาของชาวบ้านที่ร่วมแรงร่วมใจในการสร้างสะพานแห่งนี้ได้สำเร็จ

DSC00105

“สะพานซูตองเป้ เป็นสะพานที่ชาวบ้านแต่ละครัวเรือนนำเสาไม้จะมาช่วยกันทำ สังเกตว่าเสาไม้แต่ละเสาจะไม่เท่ากัน ส่วนพื้นทางเดินจะใช้ไม้ไผ่สานแบบชาวบ้าน แม้จะมีคนพยายามเสนองบประมาณเพื่อสร้างสะพานคอนกรีต แต่ชาวบ้านไม่เห็นด้วย และจะยังคงความเป็นสะพานไม้ที่มีเอกลักษณ์ เพราะสะพานนี้สร้างมาจากแรงศรัทธา”

DSC00103       จุดเด่นของสะพานแห่งนี้ คือเป็นสะพานที่สร้างจากไม้ไผ่ ที่ทอดยาวตัดผ่านทุ่งนา และ ลำธารเล็กๆ ไปยังอีกฝั่งหนึ่งของหมู่บ้าน ช่วงที่สวยงามที่สุดของการมาเที่ยว และ ถ่ายรูป ให้มาในช่วงปลายฤดูทำนา ซึ่งชาวบ้านจะเริ่มปลูกข้าวประมาณเดือน กรกฎาคม-สิงหาคม ของทุกปี เมื่อต้นข้าวเติบใหญ่ได้ที่ผืนนาของสถานที่แห่งนี้จะเต็มไปด้วยต้นข้าวสีเขียวขจี ยิ่งเรามองผ่านจากบนสะพานช่างเป็นวิวที่สวยงาม และ มีเสน่ห์ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สดชื่น ช่วงเวลาที่เราแนะนำให้ไปเยือน ซึ่งเหมาะแก่การถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจ คือช่วงเช้าเพราะเราจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์ แล้วรอเก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้นซึ่งจะได้บรรยากาศที่งดงาม มีสายหมอกบางๆตัดผ่านสะพานเป็นวิวที่ประทับใจอย่างยิ่ง และ ในช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก ก็ได้อีกบรรยากาศซึ่งเราไม่สามารถบรรยายความรู้สึกนี้ออกมาได้ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเอง

DSC00053

นอกจากภาพความสวยงามของสะพานแล้ว ทุกเช้าพระสงฆ์จะเดินทางไปบิณฑบาตรผ่านสะพานไม้แห่งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถมารอทำบุญได้ หรือเมื่อถึงวันสำคัญๆของศาสนา ชาวบ้านจะแต่งกายประจำถิ่น(ชุดไทใหญ่)ออกมายืนรอใส่บาตรบนสะพานแห่งนี้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งมนต์เสน่ห์ของที่นี่

สถานที่โดยรอบที่น่ามาเยือน

IMG_2600      เราได้อิ่มเอมกับการเก็บภาพบนสะพานไม้เรียบร้อยแล้ว เลยได้โอกาสเดินสำรวจบริเวณรอบๆ เดินขึ้นมาเจอกับ สวนธรรมภูสมะ ซึ่งเป็นสถานปฎิบัติธรรม มีองค์พระประธานองค์ใหญ่สีทองอร่ามสวยงาม ซึ่งเป็นศิลปะจากพม่า ด้านข้างจะมี หออธิษฐาน ซึ่งถ้าสังเกตดีๆจะเห็นแผ่นป้ายเล็กๆเขียนชื่อ ห้อยไว้มากมาย นี่คืออีกหนึ่งคำอธิษฐานของคน

DSC00065

IMG_3401

ที่มาเยือน ณ สถานที่แห่งนี้ บางครั้งที่นี่ก็จัดกิจกรรมปลูกต้นไผ่ เอาไว้ใช้ซ่อมแซมสะพานที่ผุพังไปตามกาลเวลา เมื่อมองจากหออธิษฐาน สามารถมองเห็นวิวของสะพานได้อย่างสวยงาม เป็นอีกหนึ่งจุดชมชิววิวที่ไม่ควรพลาด

IMG_2610

ไปยังไงกันนะ “ซูตองเป้”

ซูตองเป้ อยู่ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนมาประมาณ 8 กิโลเมตร ใช้เส้นทางเดียวกับเส้นทางไปปางมะผ้า ทางหลวงหมายเลข 1095 สามารถเข้าได้ทั้งสองทาง ทางแรกเข้าทางสวนธรรมภูสมะ เราสามารถจอดรถไว้ได้ที่นี่ แล้วนมัสการไหว้พระใหญ่ ขอพรจากหลวงพ่อทันใจ แล้วทำบุญเขียนแผ่นป้ายอธิษฐาน ชมวิวสะพานไม้จากมุมสูง และสามารถเดินลงไปยังสะพานไม้ “ซูตองเป้”ได้เลย ทางเข้าที่สองขับเลยเข้าไปอีกนิดจะมีทางแยกเข้าไปยังหมู่บ้านกุงไม้สัก ขับไปตามถนนประมาณ ไม่เกิน 2 กิโลเมตร จะเจอที่จอดรถ จุดนี้ก็สามารถเดินเข้าไปยังสะพานได้เหมือนกันแต่ทางจะค่อนข้างเล็กและแคบ จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก ส่วนมากเข้าทางสวนธรรมภูสมะจะสะดวกมากกว่า

DSC00051

 

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจาก “แอ่วดี”

* สำหรับนักท่องเที่ยวที่ยังไม่เคยเดินทางมายังเมืองแห่งสามหมอก จังหวัดแม่ฮ่องสอน เนื่องจากทางมาแม่ฮ่องสอน มีจำนวนโค้ง 2,224 โค้ง ระยะทาง 245 กิโลเมตร สำหรับใครที่เมารถควรกินยากันไว้ก่อนน่าจะดีกว่า หรือมีอีกเคล็ดลับคือ ใช้ปะปวดแปะสะดือไว้ ก็ช่วยได้อีกทางเหมือนกัน

* เนื่องจากการเดินสะพานในตอนกลางวัน อากาศจะค่อนข้างร้อน ควรจะมีหมวกหรือร่มพกมาด้วย และสำหรับใครที่เดินชมความงามและถ่ายภาพจนคอแห้ง(เนื่องจากการเดินข้ามสะพานไม้ไผ่ มีระยะทางประมาณ 500 เมตร) ถ้าเราเดินลงมาจากสวนธรรมภูสมะ เดินมาสุดสะพานทางเข้าเชื่อมต่อกับหมู่บ้านกุงไม้สัก เดินผ่านทางออกเล็กๆ จะมีร้านขายของชำของชาวบ้านอยู่ขวามือ ที่นี่จะมีเครื่องดื่มเย็นๆชื่นใจขายอยู่ค่ะ

สุดท้ายนี้การมาเยือนในครั้งนี้ นอกจากจะประทับใจ และรับรู้เรื่องราวของการร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสะพานแล้วยังได้เก็บภาพสวยๆกลับมาเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดี เชื่อว่าถ้าใครได้มีโอกาสเยือน ณ สถานที่แห่งนี้ ก็คงจะคิดเหมือนกัน ถ้ามีโอกาสจะกลับมายังที่นี่อีกแน่นอน “

บทความโดย ปาณิสรา นฤประชา

ใหญ่ สรวิชญ์ /ภาพ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *