ท่องดินแดนแห่งเมืองเชียงพระคำ(ตามรอยละครดัง) ณ วัดผาลาด

นั่งดูละครจบตอน แต่คนยังอินไม่จบ…กับฉากที่เจ้าศุขวงศ์กลับมายังบ้านเกิดเมืองนอน เมืองเชียงพระคำ ไม่แปลกใจเลยที่จะมีใครหลายๆคนอยากที่จะตามรอยละครอิงประวัติศาสตร์เรื่องนี้ เพราะฉากถ่ายทำของสถานที่ในแต่ละฉาก สวยงาม ยิ่งใหญ่ และอลังการชวนให้อยากติดตามไปเห็นสถานที่จริงสักครั้งหนึ่งในชีวิต จึงเป็นที่มาที่ทำให้เราได้มาเยือนยังที่นี่ “วัดผาลาด” วัดเก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ได้มาเห็นด้วยตาถึงกับตะลึงในความงาม ความขลัง ประหนึ่งเราหลุดมายังยุคอดีตยังไงยังงั้น..จะอินมากไปมั้ยนะ!!!!

วัดสกิทาคา หรือ วัดผาลาด เป็น 1 ใน 3 วัดที่อยู่บริเวณอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ คำว่า “ผาลาด” สันนิษฐานว่าน่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า “ผะเลิด” ซึ่งเป็นภาษาเหนือ แปลว่า “ลื่น” เนื่องจากบริเวณวัดมีน้ำตกไหลผ่านและด้วยอากาศที่เย็นชื้น ทำให้ที่นี่มีพืชตระกูล เฟิร์น มอส ขึ้นปกคลุม  วัดผาลาดถูกสร้างขึ้นในช่วงสมัยพระเจ้ากือนา แห่งราชวงศ์เม็งราย ซึ่งมีอายุมากกว่าหลายร้อยปี ตามตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาว่า เมื่อครั้งที่พระยากือนา ทรงได้เสี่ยงทายสถานที่ที่ซึ่งจะนำพระบรมธาตุมาบรรจุไว้ โดยนำพระสารีริกธาตุขึ้นหลังช้างมงคล แล้วตั้งอธิษฐานจิต จากนั้นจึงได้ปล่อยช้างออกเดิน ปรากฏว่าช้างได้เดินทางมุ่งหน้าขึ้นสู่ภูเขาอุจฉุบรรพต หรือ ดอยสุเทพ โดยช้างได้ ยอบตัวลงถึง 3 ครั้งจากนั้นถึงได้ไปหยุดบนยอดดอย ที่ซึ่งปัจจุบันคือวัดพระธาตุดอยสุเทพนั่นเอง กาลเวลาหมุนเปลี่ยน.. วัดถูกปล่อยทิ้งร้างและถูกค้นพบและบูรณะขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง เมื่อสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ โดยครูบาเจ้าศรีวิชัย(นักบุญแห่งล้านนา)

เราตื่นเต้นไม่น้อยกับการมาเยือนวัดผาลาดในครั้งนี้ โดยการเดินทางมายังวัดของเราในครั้งนี้ เดินทางด้วยรถมอเตอร์ไซต์ ขึ้นชื่อว่าดอยแล้ว มันก็ต้องมีบ้างที่จะต้องพบกับถนนคดเคี้ยว ชวนเวียนหัว แต่ด้วยบรรยากาศสองข้างทางที่มีต้นไม้และอากาศเย็นสบาย และมีวิวทั้งเมืองของเชียงใหม่ให้เห็นเป็นระยะ ทำให้เราแอบดีใจไม่น้อยที่ตัดสินใจไม่ผิดที่แปลงร่างมาเป็นสิงห์นักบิดในวันนี้ แต่สำหรับนักท่องเที่ยว ที่อยากนำรถมาเองสามารถนำมาได้ค่ะ เพียงแต่เราขอแนะนำให้ขับรถด้วยความระมัดระวังถ้าไม่ชินทาง เพื่อความปลอดภัยค่ะ

ขับมาไม่ไกลจากอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ประมาณ 4 กิโล เราก็จะพบกับปากทางเข้าวัด ซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมือ ด้านหน้าวัดเราจะพบกับวิหารพระพุทธบาทศรีวิชัยโภคา ซึ่งประดิษฐานพระพุทธเมตตาผาลาด สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานการณ์สร้างถนนของครูบาศรีวิชัย เมื่อปี พ.ศ. 2477 ที่นี่ยังมีรอยพระพุทธบาทจำลองอีกด้วย เราสามารถนำรถจอดด้านหน้าแล้วลงไปกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลได้ค่ะ

จากนั้นก็ได้เวลาเดินทางต่อ ถนนทางเข้าไปยังวัดค่อนข้างชันและโค้งสักเล็กน้อย ขับไม่ไกลก็ถึงวัด..วินาทีที่จอดรถเราถึงกับตะลึงกับนรสิงห์ทรงพม่า ตัวโตที่ตั้งเด่นเป็นสง่าเฝ้าปากทางเข้าวัด ประหนึ่งเราว่าหลุดมายังเมืองพม่ายังไงยังงั้น…สำหรับคนที่เพิ่งมาครั้งแรกอย่างเรา ก็หันซ้ายแลขวา ตื่นเต้นจนไม่รู้จะเดินไปทางไหน เดินเลี้ยวมาทางด้านขวาจากปากทางเข้าเราจะพบกับเจดีย์ที่อยู่ด้านหลังวิหาร แรกเห็นถึงกับต้องอุทานเบาๆเพราะเป็นเจดีย์ที่เต็มไปด้วยต้นเฟิร์น มอส ขึ้นปกคลุมทั้งเจดีย์ ช่วยขับให้ที่นี่ดูมีมนต์ขลังยิ่งนัก และยังเป็นหนึ่งฉากในละคร “รากนครา” ก็ถ่ายทำ ณ บริเวณนี้อีกด้วย เดินทะลุมายังด้านหน้า เราจะพบกับวิหารพระเจ้ากือนา ซึ่งเป็นศิลปะแบบล้านนา

ถัดจากวิหารเราจะพบกับน้ำตกที่ตัดไหลผ่านวัด โดยมีสะพานไม้เล็กๆให้เราสามารถเดินข้ามไปได้ มองไปยังฝั่งตรงข้ามเราจะพบกับ “พระพุทธรูปหน้าผา” เป็นพระพุทธรูปแบบเชียงแสน  เล่าขานกันมาว่า หนึ่งในพระพุทธรูปนี้มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อยู่องค์หนึ่ง มีนามว่า “พระไล่กา” ที่มาของชื่อนี้ก็เนื่องมาจากในอดีตได้ลงคาถาอาคมไว้ ยังพระพุทธรูปเพื่อไม่ให้กา ซึ่งเป็นคติความเชื่อของชาวล้านนาว่า เป็นสัตว์แห่งความโชคร้าย สามารถบินผ่านวัดนี้ขึ้นไปได้ เราได้นั่งกราบพระเพื่อขอพร ได้ยินเสียงน้ำตกไหลผ่าน นอกจากเสียงน้ำตกแล้วก็เห็นจะมีแต่เสียงแมลงเท่านั้น วัดแห่งนี้มีความเงียบสงบ สมกับที่เป็นวัดที่อยู่ท่ามกลางหุบเขา ที่ซึ่งโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ ซึ่งวัดเองยังเป็นที่นั่งปฎิบัติธรรมให้กับผู้ที่สนใจอีกด้วย

อีกหนึ่งความงามของวัดแห่งนี้นอกจากจะเป็นโบราณสถานแล้ว บริเวณน้ำตกเรายังสามารถมองเห็นวิวเชียงใหม่ได้อย่างชัดเจน และสวยงามอีกด้วย โดยฝั่งเดียวกับพระพุทธรูปหน้าผา เราสามารถเดินผ่านสะพานโบราณซึ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฎ แต่ในอดีตถูกใช้เป็นเส้นทางเดินเชื่อมเพื่อขึ้นสู่ยอดดอยสุเทพ และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติอีกด้วย ถ้าหากต้องการเดินชมจนสุดทาง จะสามารถเดินไปถึงบริเวณตีนดอยสุเทพได้อีกด้วย

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากแอ่วดี

  • ควรแต่งกายสุภาพ งดเสื้อสายเดี่ยว กางเกงขาสั้น บริเวณวัดค่ะ
  • รองเท้าควรเป็นรองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าสวมที่ไม่ลื่นค่ะ เนื่องจากบริเวณทางเดินวัดบางจุดมีความลื่น
  • หากเดินชมความงามของวัดจนคอแห้ง ทางวัดก็มีร้านกาแฟวัดผาลาด คอยให้บริการค่ะ โดยจะอยู่บริเวณปากทางเข้า

พิกัด : วัดผาลาด ตั้งอยู่ที่ 101 บ้านห้วยผาลาด หมู่ 1 ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ การเดินทางสามารถนำรถส่วนตัวมาได้ค่ะ โดยเส้นทางก็มาทาง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) ขับตรงมาทางสวนสัตว์เชียงใหม่ เจอดอยก็ขับโลดตรงไปตามทางอย่างเดียว จากอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยมาได้ประมาณ 4 กิโลก็จะพบกับปากทางเข้าวัดค่ะ จะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ในกรณีที่ไม่ชินทางไม่อยากนำรถขึ้นมาเอง เราสามารถจอดรถไว้บริเวณ สวนรุกขชาติห้วยแก้วแล้วติดต่อรถสองแถวขึ้นมาได้ค่ะ

รีวิวโดย ปาณิสรา นฤประชา

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *