แม่แจ๋ม..แจ่มแต้หนา @ลำปางปลายทางฝัน

ฤดูหนาวมาเยือน..ในยามเช้าที่อากาศแสนจะเย็นสบายกับทริปเดินทาง 3 วัน 2 คืน เที่ยวเชียงใหม่ – ลำปาง ในครั้งนี้ เริ่มต้นการเดินทางไปยังสถานที่แห่งแรกนั่นก็คือ “ชุมชนออนใต้” อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ชุมชนตัวอย่างที่ถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่ให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชุมชน การใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ตามหลักปรัชญาของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยภายในชุมชนมีงานหัตถกรรมให้เราได้เรียนรู้ ตั้งแต่การเก็บฝ้าย ปั่นฝ้าย ทอผ้า ย้อมผ้า และงานจักรสานจากไม้ไผ่ เช่น ข้าวของเครื่องใช้ต่าง

เรียกได้ว่ามาที่นี่จบครบทุกกิจกรรม เพราะที่นี่นอกเหนือจากจะมีกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ดีๆแล้ว ยังมีวิวภูเขาและอ่างเก็บน้ำที่สวยงามไม่ว่าจะเป็น “อ่างเก็บน้ำแม่ผาแหน” ที่ว่ากันว่าในยามค่ำคืนสถานที่แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ดูดาวที่สวยงามมากแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ และอีกหนึ่งอ่างเก็บน้ำที่เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม นั่นก็คือ “อ่างเก็บน้ำห้วยลาน”

มาเที่ยวชุมชนทุกชุมชน สิ่งที่จะขาดไปไม่ได้ นั่นก็คือ การเยี่ยมชมวัดของชุมชน ซึ่งวัดแห่งนี้นั่นก็คือ “วัดป่าตึง” หลวงปู่หล้าตาทิพย์ โดยเราได้มีโอกาสกราบสักการะสรีระสังขารของหลวงปู่ที่ศิษย์ยานุศิษย์ได้เก็บรักษาไว้ในโลงแก้ว ภายในบริเวณวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ที่เก็บของเก่าโบราณที่ถูกขุดค้นพบ ไม่ว่าจะเป็น หลักศิลาจารึกโบราณ เครื่องปั้นดินเผา จานชาม ลายปลา และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ นอกจากนี้ยังได้มีโอกาสเยี่ยมชมวัดเชียงแสน ซึ่งถือได้ว่าเป็นวัดแรกของชุมชน ที่มีเรื่องราวจากหลักศิลาจารึกของหมื่นดาบเรือน ซึ่งเป็นผู้สร้างวัดนั่นเอง

ในยามเย็นจะปั่นจักรยานชมวิวภายในหมู่บ้าน ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบหนึ่งนะ..ยิ่งหากได้มาพักค้างคืนยังโฮมสเตย์ของชุมชน ซึ่งสะอาด ปลอดภัย พร้อมอาหารเช้าแบบพื้นบ้าน รสชาติดี เพียงแค่นี้..ก็จะค้นพบว่าการที่ได้มาสัมผัสกับวิถีชีวิตที่เรียบง่าย กินผักปลอดสารพิษ กลางคืนยืนมองดาวที่เต็มท้องฟ้า นอนตั้งแต่ตัวค่ำ ตื่นเช้าๆ มาสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด..ง่ายๆแค่นี้ก็ดีต่อใจเนอะ

เริ่มต้นเช้าวันใหม่ในวันที่สอง ก็เดินทางต่อไปยังบ้านป่าเมี่ยง แต่ก่อนที่จะไปถึงยังบ้านป่าเมี่ยงก็ได้แวะเช็คอินยังจุดชมวิวกิ่วฝิ่น มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,517 เมตร ถือได้ว่าที่แห่งนี้เป็นรอยต่อของจังหวัดเชียงใหม่กับจังหวัดลำปาง อยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง

เก็บภาพที่ระลึกจนพอใจก็ได้เวลาเดินทางต่อ ขอแนะนำสำหรับผู้ที่เดินทางมายังที่แห่งนี้ว่า..ควรแต่งกายให้รัดกุม ใส่กางเกงขายาว เสื้อแขนยาวปิดให้มิดชิด เนื่องจาก “แมลงคุ่น” ตัวน้อย ที่กัดแบบแทบจะไม่รู้สึกตัว แต่โดนทีคันนานแทบจะเป็นเดือน แถมยังฝากรอยแผลเอาไว้อีกด้วย

ชมวิวเสร็จเรียกได้ว่าแทบจะกระโจนขึ้นรถ เนื่องจากกลัวแมลงคุ่น(ฮ่าๆ) เดินทางต่อไปยังบ้านป่าเมี่ยง ต้องบอกก่อนนะว่า ที่แห่งนี้เมื่อครั้งแรกที่ได้มาสัมผัส มีความรู้สึกว่าคล้ายกับหมู่บ้านแม่กำปอง แต่เงียบสงบกว่า..เดินข้ามสะพานสีฟ้าสดใส วาดลวดลายดอกเสี้ยว เดินขึ้นเขาพอเหนื่อยนิดหน่อย ก็จะถึงยังจุดชมวิวที่สวยงาม โดยสามารถมองเห็นวิวนี้ได้จากร้านกาแฟด้านบนภูเขา

ดื่มด่ำกับวิวหมู่บ้านที่สวยงาม ก็ถึงเวลาเดินทางต่อไปยัง “แม่แจ๋ม” หมู่บ้านเล็กๆที่มีเสน่ห์ ซึ่งบ้านแม่แจ๋มนี้เค้าเด่นในเรื่องการปลูกกาแฟ กับ แมคคาเดเมีย(ราชาแห่งถั่ว)ที่ทั้งอร่อย และราคาแพง แต่ซื้อที่นี่ไม่แพงนะ(ฮ่าๆ) นอกจากนี้แล้วยังมีการปลูกพืชพันธุ์อื่นๆไม่ว่าจะเป็น ส้ม สตอเบอร์รี่ พริกหยวก เป็นต้น ชมแปลงพืชผักแล้ว ก็ไม่ลืมที่จะแวะชมจุดชมวิว “กิ่วหิน” ที่เพิ่งเปิดตัวให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม เพื่อถ่ายภาพวิวสวยๆ

 

 

ในวันที่เราได้เดินทางมาเยือนยังบ้านแม่แจ๋ม ก็ตรงกับที่หมู่บ้านได้จัดกิจกรรมพอดี เลยได้มีโอกาสเก็บภาพมาให้ชมกันค่ะ นอกจากจะมีสินค้าของชุมชนมาวางขายให้ได้เลือกช็อปกันแล้ว ยังได้ฟังคอนเสิร์ตจาก “โรส ศิรินทิพย์” อีกด้วย อากาศเย็นๆ ได้ยินเสียงเพราะๆหวานๆ ลอยมาตามลม..ฟินกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

ผ่านพ้นทริปในวันที่ 2 ไปอย่างประทับใจ ก็เริ่มต้นวันใหม่วันที่ 3 กับอากาศที่หนาวกำลังพอดี ก็ฟินต่อกับการเดินชมน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน ในอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง ไปแช่ไข่ออนเซ็น ไว้ทานคู่กับข้าวต้มในยามเช้า ก้ดีต่อใจ ดีต่อสุขภาพ..ไม่น้อยเลยนะ

อำลาแบบไม่อยากจากไปสักเท่าไหร่นัก..เพื่อเดินทางไปสักการะยังพระธาตุดอยพระฌาณ ตำบลป่าตัน อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง วัดที่ถือได้ว่าเป็นอันซีนของจังหวัดลำปางเลยก็ว่าได้ เพราะสามารถมองวิวได้แบบพาโนรามา เห็นภูเขา บ้านเรือน ได้ไกลสุดสายตา ในยามเช้าและในยามพระอาทิตย์ตก ที่แห่งนี้ก็สวยไม่เป็นสองรองใครเลยทีเดียว

การเดินทางเพื่อขึ้นไปสักการะยังพระธาตุด้านบน มี 2 วิธีด้วยกัน คือ เดินขึ้นบันไดกว่า 500 ขั้น หรือจะเลือกใช้บริการรถรับส่งจากวัดในราคา 20 บาท/คน

กราบสักการะขอพรเป็นที่เรียบร้อย ก่อนอำลาจากเมืองลำปาง เราก็ไม่พลาดที่จะแวะเช็คอินยังจุดถ่ายภาพสุดชิค ณ สะพานรัษฏาภิเศก และถ่ายรูปบริเวณ River Street Art บริเวณแม่น้ำวังใต้จากสะพานช้างเผือก ไปจนถึงสะพานรัตนโกสินทร์ 200ปี

จบทริปการเที่ยวเชียงใหม่-ลำปาง ไปแบบประทับใจ..และสัญญาว่าจะกลับมาใหม่อีกครั้งอย่างแน่นอน

รีวิว/ภาพ ปาณิสรา นฤประชา

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *