เที่ยวไหนดี “น่าน”

แอ่วดีReview ได้มีโอกาสเข้าร่วมทริปภายใต้โครงการ “การวิเคราะห์ศักยภาพของพื้นที่และชุมชนระดับลุ่มน้ำย่อย สำหรับการกำหนดเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินตามบริบทของสังคมและเกษตรนิเวศน์ จังหวัดน่าน” ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กับกิจกรรม การเปิดตัวหมู่บ้านท่องเที่ยวชุมชนบ้านห้วยหาดและบ้านหลักลาย ตำบลอวน อำเภอปัว จังหวัดน่าน

ทริป 3 วัน 2 คืนนี้พูดได้เลยว่าแสนประทับใจกับเส้นทางท่องเที่ยวหลากหลายสถานที่..ไปเที่ยวน่านกันดูมั้ย!! แล้วจะประทับใจเช่นเรา

เริ่มต้นการเดินทางจากเมืองเชียงใหม่ ไปยังเมืองน่าน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงก็ถึงค่ะ สถานที่แห่งแรกที่เราได้มาเยือนยังเมืองน่าน นั่นก็คือ “วัดพระธาตุแช่แห้ง” วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของเมืองน่าน ที่มีอายุกว่า 600 ปี  ตามพงศาวดารได้กล่าวถึงพระยาการเมืองได้โปรดให้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1891 เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งได้มาจากเมืองสุโขทัย

ตามตำนานกล่าวถึง เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาประทับสรงน้ำที่ริมฝั่งแม่น้ำน่านทางทิศตะวันออก บริเวณบ้านห้วยไค้ พระองค์ได้เสวยผลสมอแห้ง ซึ่งพระยามลราชได้นำมาถวาย แต่ผลสมอนั้นแห้งมาก พระพุทธเจ้าจึงได้ทรงนำผลสมอนั้นไปแช่น้ำก่อนเสวย และได้ทำนายว่า ต่อไปสถานที่แห่งนี้จะมีผู้นำพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานไว้ และได้เรียกพระสถูปที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุแห่งนี้ว่า “พระธาตุแช่แห้ง”

“อัฏฐพญานาคราช” หมายถึง พญานาคราช ที่เกี้ยวกวัดรัดกันทั้ง 8 ตัวนั้น เมื่อสังเกตให้ดี จะปรากฏเป็นรูปเจดีย์และรูปองค์พระพุทธเจ้านั่งขัดสมาธิ และมีช่อดอกบัวตูม 7 ดอก โผล่พุ่งขึ้นมาด้านข้าง ซึ่งมีนัยที่แฝงด้วยพุทธปรัชญา

ภายในบริเวณวัดนอกจากจะมีพระธาตุซึ่งเชื่อกันว่าเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีเถาะ(กระต่าย)แล้ว ยังมีพญานาคที่มีอายุเก่าแก่กว่า 200 ปีที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ทางด้านหน้าทางเข้าของวัด หากยืนมองตามทิศที่หันหัวของพญานาคจะสามารถมองเห็นถนนไปไกลสุดสายตาอีกด้วย ตามตำนานกล่าวถึงการสร้างพญานาคทั้ง 2 ตัวขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2349 ได้มีการเกณฑ์กำลังคนมากกว่า 500 คน เพื่อก่อสร้างรูปปั้นพญานาค 2 ตัว โดยยาวกว่า 68 วา สูง 4 ศอก ยกหัวขึ้นสูง 10 ศอก ตั้งไว้สองข้างทางขึ้นไปที่ลานพระธาตุแช่แห้ง

พิกัด: วัดพระธาตุแช่แห้ง https://goo.gl/maps/Z6B14XPGaa1H9uyy8

กราบพระขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลเรียบร้อย สถานีต่อไปนั่นก็คือ “เฮือนฮังต่อ” ร้านกาแฟสุดชิค ที่ด้านหน้าทางเข้าเป็นสะพานไม้เดินข้ามน้ำเก๋ๆ มีต้นไม้น้อยใหญ่ให้ความร่มรื่น มีโซนที่นั่งแบ่งออกเป็นหลายโซนไม่ว่าจะนั่งติดริมน้ำ ในห้องแอร์ หรือโซนด้านบนชั้นสอง ก็สามารถนั่งจิบชา กาแฟ ชิลๆได้อย่างสบายๆค่ะ

เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา: 08.00 -18.00 น. / ติดต่อสอบถาม: 090 330 0887

พิกัด: เฮือนฮังต่อ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน https://goo.gl/maps/xEwGqNhdWNBjtEpm9

จากร้านกาแฟก็ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ห้ามพลาดนั่นก็คือ “วัดภูมินทร์ ” ไปดูปู่ม่านย่าม่าน จิตรกรรมฝาผนังอันลือชื่อกัน ที่ถือได้ว่าใครที่มาเยือนเมืองน่านแล้วไม่ได้มายังที่นี่ ถือได้ว่าเหมือนยังมาไม่ถึง!!

“วัดภูมินทร์” เดิมมีชื่อว่า “วัดพรหมมินทร์” เป็นวัดที่มีความแตกต่างจากวัดอื่นนั่นก็คือ โบสถ์และวิหารเป็นอาคารหลังเดียวกัน ประตูไม้ทั้งสี่ทิศแกะสลักลวดลายโดยช่างฝีมือล้านนา และยังมีจิตรกรรมฝาผนังที่แสดงถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม ในยุคสมัยตามพงศาวดารของเมืองน่าน  “วัดภูมินทร์”ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2139 โดยพระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าผู้ครองเมืองน่าน ซึ่งได้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นหลังจากที่ครองนครน่านได้ 6 ปี

“ปู่ม่าน ย่าม่าน” เป็นคำเรียกผู้ชายผู้หญิงชาวไทลื้อในสมัยโบราณกระซิบสนทนากัน ผู้ชายสักหมึก ผู้หญิงแต่งกายไทลื้อ ภาพวาดของหนุ่มสาวคู่นี้มีความประณีตสวยงามมาก ภาพนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพที่งดงามของวัดภูมินทร์

ติดกับบริเวณวัดภูมินทร์ หากเดินทางมายังที่นี่ตรงกับวัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เราจะพบกับถนนคนเดินน่าน ถนนแห่งสายวัฒนธรรม อาจจะเป็นถนนคนเดินที่ไม่ยาวมากเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นๆ แต่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยที่มีที่นั่งขันโตกด้านหน้าทางเข้าวัดภูมินทร์ นักท่องเที่ยวสามารถซื้ออาหารแล้วไปนั่งรับประทานกันได้

พิกัด: ถนนคนเดิน vs วัดภูมินทร์ https://goo.gl/maps/NNcMmmRTRuGGoH2o6

เริ่มต้นวันที่สองด้วยการเดินทางไปยังอำเภอปัว..จุดหมายปลายทางของการเดินทางนั่นก็คือ หมู่บ้านท่องเที่ยวที่เปิดตัวมาหมาดๆอย่างหมู่บ้านห้วยหาด และ หมู่บ้านหลักลาย ซึ่งเป็นหมู่บ้านไทลื้อที่ยังคงเก็บรักษาประเพณีของคนในชุมชนไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

หมู่บ้านทั้งสองแห่งนี้ ตั้งอยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่นัก เป็นหมู่บ้านที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายแห่ง ถือได้ว่าคนที่รักการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชุมชน ไม่ควรพลาด!!

เมื่อเดินทางมาถึงยังหมู่บ้าน สิ่งแรกที่ต้องทำนั่นก็คือ การเข้าไปกราบสักการะขอพรกับพระเจ้าทันใจ พระพุทธรูปประจำหมู่บ้านซะก่อน…ด้านบนที่เป็นที่ตั้งประดิษฐานของพระเจ้าทันใจ ถือได้ว่าเป็นจุดชมวิวภูเขาที่ตัดกับวิวถนนที่สวยแห่งหนึ่งก็ว่าได้

ภายในหมู่บ้านมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้เข้าร่วมมากมายนั่นก็คือ การย้อมผ้า ทอผ้าและการทำไม้กวาด และยังมีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนในชุมชน ซึ่งก็มีกิจกรรมเพิ่มเติมอีกนั่นก็คือ การจับปลา เก็บผักกูดป่า และที่เราๆรอคอยนั่นก็คือ การได้เล่นน้ำในลำธารแม่ยาวอันเย็นฉ่ำ

นอกจากนี้หากใครที่อยากจะพักค้างคืนเพื่อสัมผัสกับวิถีชุมชนอย่างแท้จริง ณ หมู่บ้านแห่งนี้ก็มีโฮมสเตย์ไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวในราคาไม่แพงอีกด้วยนะ สนนราคาที่พักพร้อมอาหาร 2 มื้อ 500 บาท/คน

ปูผา เป็นปูที่อยู่ในลำธารบนภูเขา มีตัวที่ใหญ่และเปลือกที่แข็งมากๆ กัดทีฟันเกือบหัก(ฮ่าๆ) ขอบคุณแม่หลวงผู้ใจดี ที่ไปหามาให้เราๆได้ชิมกันค่ะ

ในยามเย็นหากพักค้างคืนยังหมู่บ้าน และเดินทางมากันแบบหมู่คณะ ทางหมู่บ้านเค้าก็มีอาหารพื้นเมืองและการแสดงน่ารักๆจากเด็กๆในชุมชนไว้คอยต้อนรับอีกด้วยค่ะ

สำหรับเราการได้นอนพักค้างคืนยังหมู่บ้าน ถือได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจมิลืมเลือน เพราะอากาศที่นี่เย็นสบาย ยามเช้าตื่นมาดูทะเลหมอกที่จุดชมวิวโคตรสูง ของหมู่บ้านหลักหลาย จิบกาแฟร้อนๆ ก็สุขใจไม่น้อยเลยทีเดียวเชียว

จากจุดชมวิวโคตรสูงไม่ห่างกันนัก ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่น่าแวะชม นั่นก็คือ “ฐานปฎิบัติการห้วยลักลาย ฐานปืนใหญ่”หมู่ 8 บ้านหลักลาย ในอดีตหมู่บ้านแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นพื้นที่สีแดง เป็นจุดที่อยู่ของพรรคคอมมิวนิสต์ มีการซุ่มยิงและมีระเบิด ที่ทำให้ชาวบ้านบาดเจ็บล้มตายกันเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันกำลังถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ทราบถึงประวัติเรื่องราวความเป็นมาของชุมชนบ้านหลักลาย

และอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจของชุมชนนั่นก็คือ “การเดินป่า” สัมผัสธรรมชาติ ดูต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ และยังมีกิจกรรมดีๆอย่างการบวชป่า ให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมกับชุมชน เพื่อให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้แบบพึ่งพาอาศัยกันและกัน

โดยชุมชนจะห่ออาหารกลางวันใส่ไว้ในย่ามมี หมูทอด ข้าวเหนียว น้ำพริก และน้ำเปล่า ถือได้ว่าน่ารักและประทับใจเราไม่น้อยเลยทีเดียว

หากใครที่ไม่ได้เตรียมรองเท้าผ้าใบมา ในชุมชนเค้าก็มีให้เช่าค่ะในการเดินป่า สนนราคา 20 บาท/คู่

กล่าวคำอำลาจากชุมชนก็เดินทางต่อไปสถานีสุดท้ายของเมืองน่าน นั่นก็คือ “บ่อเกลือ” บ่อเกลือภูเขาโบราณ ที่มีกรรมวิธีการทำที่น่าสนใจไม่น้อย

สำหรับทริป 3 วัน 2 คืน ณ เมืองน่านนี้ ถือได้ว่าเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจไม่น้อย..มาเที่ยวน่านกันค่ะ!!

ขอบคุณทริปดีๆในครั้งนี้: คณะเกษตรศาสตร์ และ คณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อำเภอปัว ชาวบ้านชุมชนบ้านห้วยหาด บ้านหลักลาย และผู้ร่วมทริปทุกท่าน มา ณ โอกาสนี้ค่ะ

ติดต่อสอบถามจองบ้านพักโฮมสเตย์ชุมชนบ้านห้วยหาด: แม่หลวงนัยนา 093 317 2535

ภาพ/รีวิว ปาณิสรา นฤประชา

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *